ประวัติของฤทธา

The story of Ritta began in a no-frill shophouse in uptown Bangkok with the FOUNDERS of five,Mr. Suwat Chaopricha, Mr. Uthorn Phusitkanchana, Mr. Kamol Opaskitti, Mr. Arak Sasipongpreecha, and Mr Kajonsit Singsansern , all of whom met each other in a Japanese construction firm while working on the first tunnel project in Thailand. They decided one day – long after the completion of such work – to start their own company and called it “Ritta”. The name means “power” in Sanskrit, and they chose the Magic Monkey, “Hanuman” as its corresponding logo symbolizing the connotation. The enterprise at the start could only afford a mezzanine with no window in that shophouse. The capital registration was one million baht, and they started off as a subcontractor to larger main contractors...Read more

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่บริษัท ฤทธา จำกัด เติบโตจากบริษัทเล็กๆสู่บริษัทใหญ่ จากบริษัทที่ไม่มีชื่อเสียงสู่บริษัทที่มีชื่อเสียง จากชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือส่วนบุคคลสั่งสมจนสร้างชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือให้องค์กร บริษัท ฤทธา จำกัด ดำเนินธุรกิจก่อสร้างด้วยความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มุ่งมั่นในหลักการวิชาชีพวิศวกรรม สร้างงานอย่างมีคุณภาพ จนเป็นที่ยอมรับด้วยความพึงพอใจจากลูกค้าทั้งใน และต่างประเทศ Read more class ‘more-section more-history’

35 years later, Ritta now is the largest Thai Main Contractor in the private sector covering a full spectrum of constructions – i.e., residences, hotels, schools, hospitals, factories, data centers, shopping malls, retail super stores, high-rises, and many more – with annual turnover of approximately 15 billion baht and over 1,800 staffs. The backlog today, in the early of 2022, amasses handsomely to almost 30 billion baht!

In the early days of Ritta, construction sites are mostly petrochemical projects and foreign-owned factories in industrial estates where the Ritta crews had to practice strict safety protocols according to international standards. This has instilled workplace safety in Ritta’s culture as its highest priority from then to now. Day-by-day, through relentless pursuit of equitable business practices, Ritta has been blessed with valued and repeat customers and, as importantly, good staff members – most of whom are still with the company. The big break for Ritta came during the 90’s – the time that foreign-branded “modern trade” superstores were mushrooming all over Thailand. Ritta was able to secure most of the market shares of such rapid spurt – perhaps up to 90% of the expansion during the decade. The fight for fast establishments among the retail chains had forced Ritta to hone specific construction skillsets and characters – so much that it became widely known and accepted as the FASTEST builder in Thailand. Its current motto “making the impossible POSSIBLE” was given to Ritta by one of the large international clients in recognition of ahead-of-plan and below budget deliveries. Those days were the golden era in the company’s history

Shortly after the “Tom Yam Koong” financial crisis in 1997, when most of the competitors weakened or even died off, Ritta was among the very few that sprung back to its feet running. 15 years after the crisis, Ritta has grown its annual revenue by approximately 15-fold. Since then, Ritta has ventured into Bangkok’s inner city and CBD capturing high-end, high-rise hotel and condominium projects along the main streets and prominent BTS stations. At the same time, the company was still able to serve its valued repeat customers in other sectors such as hypermarkets, warehouses, factories, hospitals outside Bangkok. In the 2000’s Ritta is widely considered a “top tier” main contractor among the developers for its QUALITY and its “safety-tidy-and-clean” values. The company has also secured the first place in term of annual revenue in Thailand’s private sector for many years since. Today, Ritta’s 14-rai 10,000 sqm office houses over 400 supporting staff members, along with probably the largest BIM center among any contractors in Thailand, is LEED GOLD certified. It boasts an air-conditioned gymnasium, a full-size football field with jogging track. The building itself is cladded with green-tinted glass façades all around the perimeter offering the panoramic views of its lush surrounding to all the workers. Coming such a long way from the shophouse’s mezzanine with no window where the FOUNDERS and employees started from. Today, Ritta also owns logistic centers, a precast factory, a steel fabrication factory, an upcountry training center with living quarters, even a full-size sports complex.

Although recently, Mr. Suwat, Mr. Uthorn, Mr. Kamol, Mr. Arak, and Mr. Kajonsit all has essentially taken the back seats to let younger generations take the wheels, Ritta still is maintaining its quest for excellence as it was intended to since the start. The Ritta Holdings company with board of directors that incorporates independent directors and shareholders has been established. This to ensure Ritta’s management meet the desired KPIs and attain long-term sustainability goals for shareholders, stakeholders, employees, clients – AND continue to make the impossible POSSIBLE for the future to come.

2530
จุดเริ่มต้นของ ฤทธา ฤทธา ได้รับการก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2530 โดยคุณสุวัฒน์ คุณอุทร และคุณกมล มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ อาคารรัฐเฉลิม ซอยตรงข้ามซอยอินทามระ 29
2532
งานก่อสร้างโครงการแรก โรงไฟฟ้าบางปะกง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต 1 ก.ย. 2532 - 10 เม.ย. 2534
2534
สำนักงานใหญ่แห่งที่ 2 อาคาร Family Condominium ซอยอินทามระ 25
2539
KL12 Warehouse เปิดใช้ KL12 Warehouse เป็นพื้นที่จัดเก็บวัสดุ เครื่องมือ เครื่องจักร และโรงซ่อมบำรุง เมื่อเดือนตุลาคม 2539
2540
แม็คโครสาขาแรกที่ ฤทธา ก่อสร้าง Makro Rayong 1 เม.ย. - 31 ต.ค. 2540
2540
สำนักงานใหญ่แห่งที่ 3 ซอยพหลโยธิน 32 (เสนานิคม) เดือนมกราคม 2540
2541
Ritta - We Made the Imposssible Possible "“RITTA – we made the impossible possible” - เป็นคำขวัญที่ Mr.Simon Collins ตั้งให้กับ ฤทธา เมื่อเสร็จงาน Makro Nakorn Sawan (Sep 1, 1997 - Jan 31, 1998) "
2542
เทสโก้ โลตัส สาขาแรกที่ ฤทธา ก่อสร้าง Tesco Lotus Supercenter Phuket 7 ก.พ. - 7ส.ค. 2542
2543
ได้รับการรับรอง ISO 9001:1994 ได้รับการรับรอง ISO 9001:1994 จาก EIT-CBO เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2543
2545
Fabrication Factory เปิดใช้งานโรงงานประกอบโครงเหล็ก ต.บ้านบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545
2545
โฮมโปรสาขาแรกที่ ฤทธา ก่อสร้าง Homepro Sukkapiban 3 15 ต.ค. 2545 - 31 มี.ค. 2546
2546
Suvarnabhumi Airport Passenger Terminal, Concourse Building D & Chiller Plants 1 เม.ย. 2546 - 31 มี.ค. 2549
2550
Millennium Residence 1 มิ.ย. 2550 - 31 พ.ค. 2552 อาคารที่พักอาศัยจำนวน 4 อาคาร เมื่อมองจากด้านบน จะเห็นอาคารเป็นรูปเครื่องบิน หรือดอกกล้วยไม้สามกลีบ
2550
Sathorn Square 15 ก.ค. 2550 - 15 เม.ย. 2553 อาคารสำนักงาน สูง 40 ชั้น ชั้นใต้ดิน 5 ชั้น ตั้งอยู่หัวมุมแยกสาทร-นราธิวาส ได้รับการรับรอง LEED ระดับ GOLD
2550
The Sukhothai Residences พ.ย. 2550 - มี.ค. 2554 เป็นโครงการก่อสร้างที่พักอาศัย สูง 42 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น เป็นโครงการแรกที่นำเอาระบบการก่อสร้างแบบ Top - Down มาใช้
2552
Precast Concrete Factory "เปิดใช้โรงงานผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป เดือนมีนาคม 2552 "
2552
New Fabrication Factory เปิดใช้โรงงานประกอบโครงเหล็กหลังใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2552
2553
สำนักงานใหญ่ปัจจุบัน ย้ายสำนักงานใหญ่มาที่ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2553 ซึ่งอาคารแห่งนี้ได้รับการรับรอง LEED ระดับ GOLD
2553
อาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ 1 มิ.ย. 2553 - 1 มิ.ย 2556 อาคารสูง 17 ชั้น มีลักษณะเป็นทรงกลมดวงแก้ว ก่อสร้างด้วยระบบ Precast ขนาดใหญ่ เรียกว่า Spherical Precast Structure
2553
Mega Bangna พ.ย. 2553 - มี.ค. 2555 เป็น Shoping Mall ขนาดใหญ่ โดย ฤทธา เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างถึง 5 ใน 6 ของพื้นที่ทั้งหมด
2553
ASEAN Outstanding Engineering Achievement Project Award เป็นรางวัลระดับ ASEAN ที่ AFEO มอบให้ฤทธา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2553 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
2556
เปิดศูนย์ซ่อมบำรุงคลอง 5 เปิดศูนย์ซ่อมบำรุงคลอง 5 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุง และจัดเก็บ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร
2557
RAIST & RASA 3 มี.ค. 2557 - 30 เม.ย. 2558 การก่อสร้างโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และสถาบันวิทยสิริเมธี ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ โดยทุนจาก กลุ่ม ปตท.พื้นที่ภาคตะวันออก
2558
Terminal 21 Korat ม.ค. 2558 - ธ.ค. 2559 เป็นโครงการก่อสร้าง Shoping Mall ขนาดใหญ่ กว่า 700 ร้านค้า
2559
ได้รับการรับรอง ISO9001:2015 นับเป็นบริษัทก่อสร้าง ลำดับต้นๆที่ได้รับการรับรองระบบ ISO9001:2015 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559
2560
ได้รับการรับรอง ISO14001:2015 ได้รับการรับรอง ISO14001 : 2015 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 นับเป็นบริษัทแรกๆในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่ได้รับการรับรองระบบ ISO14001
2560
ครบ 30 ปี ฤทธา นับจากปี 2530 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 30 ปีที่บริษัท ฤทธา จำกัด ได้ยืนหยัดในธุรกิจก่อสร้างด้วยจุดเด่นของธุรกิจ 5 ประการ คือ คุณภาพ ราคา เวลา บริการ และความปลอดภัย จนทำให้วันนี้ บริษัท ฤทธา จำกัด เป็นบริษัทก่อสร้างอันดับต้นๆของไทย
เราคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา
เรามองหาความสำเร็จและโครงการที่ท้าทายอยู่เสมอ

คณะกรรมการ

รางวัลคุณภาพ

กว่า 20 ปี แห่งความมุ่งมั่นในธุรกิจก่อสร้าง เราสร้างสรรค์งานก่อสร้างอย่างมีคุณภาพ ตามหลักวิศวกรรม และความต้องการของลูกค้า จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยผลงานก่อสร้างอันหลากหลาย อาทิ อาคารสูง โรงงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล จนเป็นที่มาของรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่เราได้รับ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้วันนี้ เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งบนเส้นทางธุรกิจก่อสร้าง

เราคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา
เรามองหาความสำเร็จและโครงการที่ท้าทายอยู่เสมอ

ความเข้มแข็งทางการเงิน

บริษัท ฤทธา จำกัด ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากสถาบันการเงินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้ บริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด
เป็นผู้สอบบัญชี นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายในขึ้นภายในองค์กรตามหลักบรรษัทภิบาล เพื่อความโปร่งใสในทุกหน่วยงาน บริษัท ฤทธา จำกัด มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 550 ล้านบาท และมีผลประกอบการมากกว่า 14,500 ล้านบาทต่อปี

Download Company Profile

 

ฤทธาให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

               บริษัท ฤทธา โฮลดิ้งส์ จำกัด และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัทฯ”) ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรมีจิตสำนึกในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

               ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงาน โดยกลุ่มบริษัทฯ อาจดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำอันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ไม่ถูกต้อง อันอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ และทำการเผยแพร่นโยบายดังกล่าวนี้ให้แก่พนักงานและคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับทราบด้วย

  1. กลุ่มบริษัทฯ มีนโยบายและสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับเห็นความสำคัญ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  2. บุคลากรของกลุ่มบริษัทฯ จะไม่ข้องเกี่ยวกับการกระทำที่เข้าข่ายอันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ไม่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ต่อองค์กร ตนเอง หรือผู้อื่น
  3. กลุ่มบริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มบริษัทฯ
  4. กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดทำ “แนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งครอบคลุมรายละเอียด และการดำเนินงานดังต่อไปนี้

     4.1 แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

     4.2 วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

     4.3 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

     4.4 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ

     4.5 การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

     4.6 ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

     4.7 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

     4.8 การใช้งานคุกกี้ (Cookies)

     4.9 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ website อื่น

     4.10 บทกำหนดโทษ

     4.11 การเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

     4.12 ช่องทางการติดต่อ

  1. บุคลากรของกลุ่มบริษัทฯ ต้องไม่ละเลย หรือเพิกเฉย ที่จะแจ้งการกระทำที่เข้าข่ายอันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ไม่ถูกต้อง

              ทั้งนี้ผู้ที่กระทำการใดๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนนโยบายฯ และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ จะต้องได้รับโทษทางวินัยตามระเบียบที่กลุ่มบริษัทฯ กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังอาจได้รับโทษทางกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฎหมายด้วย

ไปต่อกับ

ความยั่งยืน